ปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นทางกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
ขณะนี้รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง เริ่มทดสอบการเดินรถแล้ว ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทาง เส้นทาง ลาดพร้าว - สำโรง ได้เป็นอย่างมาก การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองผ่านควบคุมมาตรฐานอย่างสูงสุด รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจในทุกเส้นทางกับ “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง”
เครนสูงระฟ้า โครงสร้างขนาดใหญ่ การก่อสร้างสิ่งต่างๆ ล้วนสร้างความเจริญในพื้นที่กรุงเทพให้เป็นมหานครทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าที่พัฒนาเส้นทางการคมนาคมขนส่ง เป็นเหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเมืองกรุงให้เกิดการสัญจรได้สะดวกสบาย แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือ กว่าที่การก่อสร้างรถไฟฟ้าจะสำเร็จได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการและการควบคุมมาตรฐานต่างๆ มาอย่างเข้มข้น
ตัวอย่างเช่น รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ที่ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งหากลงไปดูในกระบวนการดำเนินการก่อสร้าง ได้มีการเน้นย้ำในมาตรการทำงานก่อสร้างให้มีความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่คนงานก่อสร้างทุกคน ต้องผ่านการอบรมระบบความปลอดภัยในการเข้าพื้นที่จากเจ้าหน้าที่ Safety และมีการควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้งานก่อสร้างได้มาตรฐานตามหลักสากล
ตัวสถานี หรือ ชานชาลา นอกจากมีการออกแบบ-ก่อสร้าง ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคารและมาตรฐาน NFPA 130 ว่าด้วยการขนส่งมวลชนระบบราง แล้ว ยังมีการติดตั้งระบบป้องกัน และแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ครอบคลุมพื้นที่ของสถานี
รวมทั้ง ติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบสายล่อฟ้าตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย การจัดให้มีปุ่มหยุดรถไฟฟ้าฉุกเฉิน ไปจนถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิด และประตูกั้นชานชาลา Platform Screen Door ทั้งสองฝั่งของชานชาลา เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้โดยสารลงไปในเขตเดินรถไฟฟ้า
ด้านตัวรถไฟฟ้าโมโนเรลที่ใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะมีน้ำหนักเบากว่ารถไฟฟ้ารางคู่ หรือ Heavy rail ที่ใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นๆ เช่น MRT สายสีน้ำเงิน หรือ MRT สายสีม่วง รถไฟฟ้าโมโนเรลสามารถไต่ระดับความลาดชันขึ้นลงได้ 6% ทำให้สามารถออกแบบแนวเส้นทางหลบหลีกสิ่งปลูกสร้างได้
และไม่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนขบวนรถในที่ลาดชันดังกล่าว และรถไฟฟ้าโมโนเรลจะใช้ล้อยางหลักในการขับเคลื่อน โดยวิ่งไปบนคานคอนกรีต Guideway Beam มีล้อยางด้านข้างเพื่อประคองตัวรถในทุกตู้โดยสาร ทำให้มีรัศมีการเลี้ยวโค้ง ที่แคบมากกว่ารถไฟฟ้ารางคู่ และล้อยางเป็นแบบ Run Flat มีคุณสมบัติพิเศษที่ออกแบบให้สามารถเคลื่อนตัวต่อได้ที่ความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถนำรถเข้าจอดสถานีที่ใกล้ที่สุด เพื่อเคลื่อนย้ายผู้โดยสารได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ระบบขับเคลื่อนของตัวรถจะทำงานโดยมอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดแรงดัน 750 โวลต์ หากไฟดับ ระบบไฟฟ้าสำรองก็สามารถจ่ายไฟให้ระบบระบายอากาศในรถได้ต่อเนื่องถึง 30 นาที พร้อมกับมีช่องหน้าต่างฉุกเฉินในแต่ละตู้ เพื่อให้เปิดระบายอากาศได้ ในระหว่างที่รอการช่วยเหลือ
ในตัวขบวนรถเองยังมีอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างครบถ้วน ทั้งบันไดฉุกเฉินสำหรับอพยพติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งในขบวนรถไฟฟ้า อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณควันป้องกันเหตุเพลิงไหม้ ถังดับเพลิง และกล้องวงจรปิด นอกจากอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบถ้วนแล้ว ทุกขั้นตอนยังได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่วิศวกรมืออาชีพอย่างใกล้ชิด มีแผนการตรวจเช็ค บำรุงรักษาในทุกวัน ทำให้การเดินทางของคุณผู้ชมมั่นใจได้ในทุกเส้นทางกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB